บทความที่ได้รับความนิยม

ค้นหาบล็อกนี้

Spar Mechatronics Co.,Ltd

บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักร CNC Engarving/router/plasma/milling/lathe machine มาตั้งแต่ปี พศ. 2542 ผลิตเครื่องไปแล้วไม่น้อยกว่า 400 เครื่อง มีทั้งเครื่องขนาดเล็กพื้นที่ทำงานตั้งแต่ 300x300 มม. ไปจนถึง 1500x8000 มม. ทั้งแบบ 3 แกน 4 แกน และปัจจุบันกำลังพัฒนาเครื่องแบบ 5 แกนโดยการร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology (AIT)) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในต้นปีพศ. 2552

เรามีทีมวิศวการที่มีความชำนาญมากว่า 10 ปี ทั้งการออกแบบ การบริการหลังการขาย (After sale service) และให้ตำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องจักร CNC เฉพาะงาน (Custom made CNC) ต่างๆให้เหมาะสมกับงานของท่าน

ท่านสามารถดูรูปเครื่องต่างๆของบริษัท ซึ่งทางบริษัทได้ผลิตออกมาอย่างยาวนาน เป็นรูปที่ไม่มีการตัดต่อ หรือตกแต่งใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่า บริษัท สปาร์ แมคคาทรอนิคส์ จำกัด เป็นผู้นำทางด้าน CNC ของประเทศไทย อย่างแท้จริง ได้ที่ www.picasaweb.google.co.th/sparmec

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การปั้นพระพุทธรูป,เกจิอาจารย์หรืองานประติมากรรมขนาดใหญ่ ยุคดิจิตัล 4.0

การปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ยุคดิจิตัล 4.0

ปัจจุบันการปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งแต่ 5-10 เมตรขึ้นไป เป็นการขึ้นโครงสร้างด้วยการถักเหล็กให้เป็นรูปร่างใกล้เคียงก่อน จากนั้นถึงจะทำการฉาบปูนทีหลัง 




แต่เมื่อความก้วหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ การนำเครื่องมือเครื่องไม้ วิธีการใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญาที่มีอยู่เดิม ทำให้การทำพระใหญ่มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคนิคการสแกนแบบ 3 มิติ การนำเครื่องจักร CNC มากัดโฟมต้นแบบ การนำโปรแกรม CAD/CAM มาออกแบบและคำนวณ จึงทำให้งานออกมาได้ดี เร็ว และแม่นยำกว่า

สิ่งที่ข้อได้เปรียบในการสร้างพระใหญ่ ยุคดิจิตัล 4.0

1. งานสร้างต้นแบบ เราสามารถทำแบบขนาดเล็กได้ เช่น ต้นแบบเท่าคนจริง 
2. เมื่อทำการสแกน 3 มิติแล้ว เราจะได้ไฟล์ 3 มิติ ออกมา จากไฟล์นี้ เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ดังนี้
      2.1 สามารถคำนวณหา พื้นที่องค์พระ เพื่อที่จะหา น้ำหนักของพระ
      2.2 เมื่อได้น้ำหนัก เราสามารถนำไปออกแบบโครงสร้าง , ฐานราก 
      2.3 รู้ปริมาณปูนซีเมนต์ที่ใช้
3. เราสามารถแบ่งองค์พระเป็นชั้นๆ แล้วทำการหล่อแต่ละชิ้น
4. การหล่อเราสามารถหล่อเป็นชิ้นย่อยๆ ขนาด 2-3 เมตรตามขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม
5. การหล่อเราสามารถหล่อด้านล่างหรือที่ใดๆก็ได้ เมื่อหล่อเสร็จถึงนำขึ้นไปประกอบ
6. การทำงานเราสามารถแบ่งการทำงานออกเป็นทีมได้ เช่น ทีมถอดพิมพ์ , ทีมติดตั้ง ฯลฯ
7. สามารถร่นระยะเวลาในการทำงานลงได้
8. มีความถูกต้องแม่นยำสูง
9. การออกแบบโครงสร้างที่ดี โดยการวางเสาและคานให้ใกล้เคียงกับองค์พระ ทำให้ทำงานง่าย มีความแข็งแรงสูง


นิยามของการปั้นงานประติมากรรม ยุคดิจิตัล 4.0
1. เป็นงานประติกรรมขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 5-10 เมตรขึ้นไป
2. เป็นงานปูนปั้น แบบใช้วิธีการหล่อ โดยการทำพิมพ์แบบใช้ครั้งเดียว (พิมพ์ทุบ)
3. ขึ้นแบบจริงด้วยโฟม ที่ผ่านการกัดด้วยเครื่องจักร CNC
4. เนื้อปูนมีการผสมใยไฟเบอร์ (Fiberglass) หรือที่เราเรียกว่า GFRC (Glassess Firber Reinforce Cement)
5. มีการถักโครงเหล็กด้านในแบบ 1 ชั้นหรือ 2 ขั้นก็ได้
6. การหล่อ เราจะหล่อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบ ชิ้นประมาณ 2-3x2-4 m. 
7. นำชิ้นงานแต่ละชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกัน

กรณีศึกษา พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตัก 22 เมตร ความสูง 35 เมตร

ตั้งอยู่ที่                              อุทยานเขาเล่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ผู้ดำเนินการ                      คุณสุเมธ ศศิธร นายกเทศบาลอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ผู้รับผิดชอบงานสร้าง        อาจารย์วิชัย สาหร่ายสลับ
ผู้สแกนและขยายโฟม       บริษัท สปาร์ แมคคทรอนิคส์ จำกัด


อุทยานเขาเล่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา



ขั้นตอนการทำ
1. นำต้นแบบที่ต้องการมาสแกน




2. สแกนเสร็จ เราจะได้ไฟล์สแกนมา










3. จากไฟล์สแกน เราจะทำการขยายองค์พระให้ได้ขนาดหน้าตัก 22 เมตร ตามความต้องการ
สิ่งที่เราได้จากการสแกนคือ
3.1 รูปทรงขององค์พระ เพื่อใช้ในการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม
3.2 รู้ พื้นที่ผิวขององค์พระ ซึ่งเราสามารถคำนวณจากโปรแกรม CAD/CAM ซึ่งองค์นี้เราสามารถคำนวณได้ 1800 ตร. เมตร 
3.3 เมื่อเรารู้ พื้นที่ผิว เราสามารถคำนวณน้ำหนักขององค์พระ ตามนี้
      พท.ผิว x ความหนา x 2.4 ตัน
     1800x0.1x2.4 = 432 ตัน (ความหนาของผิว 10 ซม.)







4. ออกแบบการกัดโฟมในแต่ละชั้น
แบ่งองค์พระออกเป็น 10 ชั้น





     





5. ทำการประกอบโฟมและทำการเข้าพิมพ์ที่หน้างาน ในชั้นแรกเราจะทำที่องค์พระเลย ชั้นที่ 1 (S1)






6. ทำพิมพ์เรียบร้อยแล้ว
                                                         









7. ถอดพิมพ์ออก




8. ถักโครงเหล็ก 2 ชั้น









9. เทปูนหนา 15 ซม.









10. ถอดพิมพ์ออกเรียบร้อย















11. เริ่มทำชั้นที่ 2 (S2) ชั้นนี้เราจะทำที่ใต้ถุนอาคาร 












12. ทำการเข้าพิมพ์













13.   ทำเหมือนขั้นตอนที่ 7 ถึง 10
14. เทปูนชั้นที่ 2








ท่านสามารถติดตามงาน และผลงานของบริษัทได้ที่ 




หรือ
บริษัท สปาร์ แมคคาทรอนิคส์ จำกัด 
27/11 หมู่ 3 ถนนเลียบคลองสีวาพาสวัสดิ์ ตำบลนาดี
อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เบอร์ติดต่อ
034466429, 08-9120-3191, 08-1454-8849

link ไปที่line : https://goo.gl/mEub9s







วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Facebook ของบริษัท

ท่านสามารถติดตามงาน และผลงานของบริษัทได้ที่

https://www.facebook.com/sparcnc


หรือ
www.spar.co.th
บริษัท สปาร์ แมคคาทรอนิคส์ จำกัด
เบอร์ติดต่อ
034466429, 08-9120-3191

หรือติดต่อทางไลน์


                                             add line ----> https://goo.gl/mEub9s




วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เรามาทำความรู้จักกับ GFRC (Glass Fiber Reinforced Concrete)

 

GFRC (Glass Fiber Reinforced Concrete)

เรามาทำความรู้จักกับ GFRC ดีกว่าครับ
GFRC คือคอนกรีตที่ผสมกับเส้นใยแก้วไฟเบอร์ (Glass fiber) แทนการใช้เหล็ก ปกติเราสามารถหล่อให้บางด้วยความหนาตั้งแต่ 5มม จนถึง 20 มม ใยแก้วไฟเบอร์จะไม่เกิดสนิมเหมือนเหล็ก จึงไม่จำเป็นต้องหล่อให้หลาเพื่อป้องกันการขึ้นสนิมในเหล็ก ด้วยการขึ้นรูปที่ไม่หนาจึงทำให้ชิ้นงานมีน้ำหนักเบาเทียบกับการหล่อคอนกรีตทั่วๆไป

ใยแก้วไฟเบอร์ (Glass Fiber)

GFRC ประกอบด้วย ซีเมนต์ ใยแก้วไฟเบอร์ ทรายและน้ำยาโพลีเมอร์ สามารถใช้งานที่ต้องการ น้ำหนักเบา แข็งแรง ทนแดดทนฝน ทนไฟ

GFRC ใช้กับงานสถาปัตยกรรมต่างๆ เช่น ผนังลวดลาย, window surround, column cover, soffits, cornics,
brackets, quoins, railings, pilasters, copings, domes, site furnishings, planters, bollards, urns and tables.

ตัวอย่างงาน GFRC








ความแข็งแรงของ GFRC ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของการผสม ปริมาณใยแก้วไฟเบอร์ และวิธีการทำ ทั่วๆไปGFRC จะมีแรงดึงมากกว่าเหล็ก ความแข็งแรงของ GFRC จะขึ้นกับปริมาณของใยแก้ว ใยแก้วยิ่งมาก ความแข็งแรงก็จะมากยิ่งขึ้น ทั่วๆไปเราจะใช้อัตราส่วนของใยแก้วอยู่ที่ 3-5% ของน้ำหนักคอนกรีต จะให้ความแข็งแรงได้ 6,000 ถึง 8,000 psi.

อายุของ GFRC สามารถเทียบเคียงกับงานหล่อคอนกรีตทั่วๆไป ยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความเค็ม ความชื้นสูง GFRC จะดีกว่าคอนกรีต
ข้อดีของ GFRC
  • เป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ ธรรมชาติของคอนกรีตเปรียบเสมือนฉนวนกันไฟอยู่แล้ว จึงสามารถป้องกันอุปกรณ์ วัสดุต่างๆที่อยู่หลังมันได้
  • น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับงานหล่อหิน คอนกรีต การติดตั้งง่ายและรวดเร็ว
  • สามารถหล่อเป็นรูปร่างต่างๆได้ เช่นทำ โดม ผนัง หรืองานออกแบบต่างๆ
  • สามารถทำผิวเทคเจอร์ ผิวสีต่างๆด้วยการใช้สารเคมีเข้าช่วย เช่นทำเป็นหินเทียม แกรนิต
  • น้ำหนักเบา GFRC สามารถลดน้ำหนักลงได้ 80-95% เทียบกับคอนกรีตตัน ทำให้การติดตั้งง่าย ลดขนาดของโครงสร้างลง
  • ประหยัดค่าขนส่ง
  • งานออกแบบทำได้หลากหลายมากขึ้น
 ตัวอย่างการนำ GFRC มาใช้กับงานสร้างพระใหญ่
เราได้ทำตัวอย่างชิ้นงานขนาด 1.2 x 1.2 m โดยเลือกชิ้นงานจากฐานขององค์พระ 2 ชิ้น ความหนา 10 มม เสริมความแข็งแรงด้วยการเสริมสันที่ด้านหลัง เสียบเหล็กเพื่อใช้ในการเชื่อกับแผ่นอื่นๆ

องค์พระขนาดหน้าตัก 60 เมตร

ตัวอย่างชิ้นงาน 2 ชิ้นตรงฐานพระ


ชิ้นงานตัวอย่าง ที่ตัดออกมาด้วยโปรแแกรมคอมพิวเตอร์
โฟมขนาด 1.2x1.2 m.



ก้อนโฟมที่กัดออกมาแล้วด้วยเครื่อง CNC

GFRC ขนาด 1.2x1.2m หนา 8-10 mm. น้ำหนัก 50 กก.

ชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้วด้วย GFRC
น้ำหนัก ประมาณ 50 กก.

ความหนา 8-10 mm. โดยเฉลี่ย






ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท สปาร์​แมคคาทรอนิคส์ จำกัด
ที่อยู่
27/11 หมู่ 3 ถนนเลียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000 Tel : 66-3446-6429 ,66-3446-6535 ,08-9120-3191 ,08-1454-8849 Fax. 66-3446-6428
เบอร์โทรศัพท์
เบอร์มือถือ
เบอร์แฟ็กซ์
034466428
อีเมล์
sparmec@gmail.com
เว็บไซต์
www.spar.co.th
สอบถามโดยตรง
สมภพ 0815651166



วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การนำงานบุโลหะมาสร้างพระ

การนำงานบุโลหะมาสร้างพระ
 ปัจจุบันการสร้างพระด้วยโลหะ มีการทำได้อยู่ 2 วิธี คือ
1. การหล่อโลหะ ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ทำกันอยู่ทั่วไป โดยการเผาโลหะจนหลอมเหลว แล้วนำมาเทลงบนแม่พิมพ์ โลหะที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น ทองเหลือง บอร์น ทองแดง ฯลฯ
2. การบุดุนโลหะ เป็นการนำโลหะแผ่น ความหนาประมาณตั้งแต่ 1-3 มม มาตี เคาะ ขึ้นรูป

รายละเอียดของงานบุ

งานบุ   เป็นงานช่างที่ ทำให้เป็นผลสำเร็จได้ด้วยการปฏิบัติงานตามขนบนิยมโบราณอย่างวิธีบุโลหะ  ในลักษณะตกแต่งผิวภายนอกของงานประเภทศิลปภัณฑ์ ครุภัณฑ์ และสถาปัตยกรรม ให้มีคุณค่าสวยงามและมั่งคงถาวร
                 คำว่า "บุ" เป็นคำกริยาอย่างหนึ่ง หมายถึง การเอาของบางๆทา หรืออีกนัยหนึ่งคือ การตีให้เข้ารูป เช่น บุขันทองลงหิน เป็นต้น  
                 วัสดุที่เหมาะกับงานบุ คือ ทองคำ ทองแดง ดีบุก
                 ช่างบุ ที่เป็นช่างหลวงอยู่ในจำพวกช่างสิบหมู่มาแต่โบราณกาล คือ ช่างประเภทที่ทำการบุโลหะให้แผ่ออก เป็นแผ่นบางๆ แล้วนำไปหุ้มคลุมปิดเข้ากับ "หุ่น" ชนิดต่างๆ เพื่อปิดประดับทำเป็นผิวภายนอกของ "หุ่น" ที่ทำขึ้นด้วยวัตถุต่างๆ เช่น ไม้ ปูน โลหะ หิน เป็นต้น ให้เกิดความงาม มีคุณค่า และมีความคงทนถาวรอยู่ได้นานปี งานบุโลหะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ด้วยกันคือ
                         - การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเรียบ เป็นการ นำเอาโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งมาทำการตีแผ่ออกให้เป็นแผ่นแบนบางๆ ตามขนาดที่ต้องการ จึงนำเข้าปิดบุทับบนหุ่นที่ต้องการบุทำผิวให้เป็นโลหะชนิดนั้น มักบุลงบนสิ่งก่อสร้างประเภท ก่ออิฐถือปูนเป็นปูชนียสถานต่างๆ เช่น พระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์ หรือพระมหาธาตุเจดีย์ พระเจดีย์ทรงปราสาท เป็นต้น งานบุโลหะด้วยโลหะแผ่นเช่นนี้ ส่วนมากยังนิยมลงรักและปิดทองคำเปลวทับลงบนแผ่นโลหะที่บุทับลงในที่นั้น อนึ่ง งานบุโลหะแผ่นผิวเรียบแล้วลงรักปิดทองคำเปลวนี้ สมัยโบราณเรียกว่า บุทองสุวรรณจังโก หรือ บุทองปะทาสี
                         - การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย   เป็นการ ทำแผ่นโลหะผิวเรียบๆ ให้เกิดเป็นลวดลายนูนขึ้นบนผิวหน้าแผ่นโลหะนั้น โดยการใช้แผ่นโลหะทำให้เป็นลวดลายด้วยแม่พิมพ์หิน และตบด้วยถุงทรายก่อนจะนำไปบุทับลงบนหุ่นชนิดต่างๆ ที่สร้างขึ้น เพื่อรับการตกแต่งด้วยงานบุ งานบุลักษณะผิวเป็นลวดลายนี้ มักเป็นชิ้นงานในลักษณะราบ และการนำเข้าติดกับหุ่น ซึ่งมักทำด้วยไม้ จึงมักใช้หมุดตะบู่เข็มทำด้วยทองเหลืองตรึงให้แผ่นหรือชิ้นงานติดกับหุ่น นั้น
                ตัวอย่างผลงานของช่างบุในอดีต มีดังนี้
                         - งานบุประดับสถาปัตยกรรม ได้แก่ บุพระสถูปเจดีย์ บุพระพุทธปรางค์ บุเครื่องลำยองประกอบหน้าบัน บุหัวเสา
                         - งานบุประดับราชภัณฑ์ ได้แก่ ฐานพระเบญจา พระแท่นราชบัลลังก์ บุษบก พระลองประกอบพระโกศ ฝักพระแสง
                         - งานบุประดับประติมากรรม ได้แก่ บุพระพุทธรูป บุพระพิมพ์ บุปลาตะเพียนทองเงิน

เครื่องมือและอุปกรณ์ของช่างบุ
                         1. ค้อนเหล็ก สำหรับตีแผ่โลหะ
                         2. ค้อนไม้
                         3. ค้อนเขาควาย
                         4. ทั่งเหล็ก
                         5. กะหล่อน อุปกรณ์ชนิดหนึ่งลักษณะ คล้ายทั่ง แต่หน้าเล็กและมน
                         6. เติ่งไม้ อุปกรณ์ชนิดหนึ่งทำด้วยไม้ท่อน หน้าเว้าตื้นๆ
                         7. กรรไกร
                         8. สว่านโยน
                         9. ไม้เนียน ทำด้วยเขาควาย
                        10. แม่พิมพ์ ชนิดทำด้วยหิน หรือทำด้วยไม้
                        11. ถุงทราย
                        12. ชันเคี่ยว
                        13. สิ่วสลักหน้าต่างๆ  

                        14. หมุด ทำด้วยโลหะผสม


ที่มาของข้อมูล
http://www.thaigoodview.com/node/89400















บริษัท สปาร์​แมคคาทรอนิคส์ จำกัด
ที่อยู่
27/11 หมู่ 3 ถนนเลียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000 Tel : 66-3446-6429 ,66-3446-6535 ,08-9120-3191 ,08-1454-8849 Fax. 66-3446-6428
เบอร์โทรศัพท์
เบอร์มือถือ
เบอร์แฟ็กซ์
034466428
อีเมล์
sparmec@gmail.com
เว็บไซต์
www.spar.co.th